เคล็ด(ไม่)ลับสำหรับการทําเครื่องดื่มสมูทตี้

การเลือกผลไม้

  • ควรเลือกใช้ผลไม้อย่างน้อย 2 ชนิด โดย จะเป็นผลไม้สดหรือผลไม้แช่แข็งก็ได้ มาปั่นให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกันด้วยเครื่องปั่นสมูทตี้ ซึ่งผลไม้ที่นิยมนํามาใช้ทําสมูทตี้ ก็ได้แก่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ กล้วย สับปะรด มะม่วง ลูกพีช สาลี่ แตงโม กีวี และผลอะโวคาโด หากต้องการสมูทตี้ที่ดีต่อสุขภาพมาก ยิ่งขึ้น ก็สามารถเติมผักใบเขียว เช่น ขึ้นฉ่าย ผักโขม หรือหัวผักกาด ลง ไปด้วยก็ได้

เพิ่มความหวานกลมกล่อม

  • โดยใช้เครื่องเทศ สมุนไพร และเครื่องปรุงรสอาหารมาช่วยแต่งกลิ่น เพื่อเพิ่มความหวานให้ เครื่องดื่มสมูทตี้ให้มีรสหวานถูกปากได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ําผึ้ง น้ําตาล เมเปิลไซรัป ผงลูกจันทร์เทศ อบเชย มะเดื่อ อินทผลัม วัตถุ แต่งกลิ่นวานิลลา และสมุนไพรชนิดต่าง ๆ เช่น ใบสะระแหน่ หรือใบ โหระพา เป็นต้น

เติมวัตถุดิบเพิ่มความเข้มข้น

  • เพื่อให้เหนียวข้น มีและมี รสชาติที่โดดเด่นยิ่งขึ้น ส่วนมากแล้วจะนิยมใช้ ไอศกรีม เนยถั่ว น้ําแข็ง เนื้อมะพร้าว ข้าวโอ๊ต โยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือถั่วชนิดต่าง ๆ ซึ่งนอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาแล้ว ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าทาง สารอาหารได้อีกด้วย

เลือกของเหลวประเภทครีมหรือของเหลวที่ให้ความ

  • มัน ได้แก่ นมวัวหรือนมถั่วเหลือง น้ําผลไม้ กาแฟเย็น ชาเขียวเย็น น้ํา มะพร้าว และน้ํา โดยสัดส่วนที่นํามาใช้ต่อ 1 แก้วก็อยู่ที่ประมาณ 1-2 ถ้วย โดยสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนของของเหลวได้ตามความ เหมาะสมกับปริมาณผลไม้ที่นํามาใช้ในการปั่น ทั้งนี้ อาจจะเพิ่มหรือ ลดให้น้อยลงก็ได้

เสริมสารอาหารเพื่อประโยชน์ที่มากกว่า

  • เพื่อให้มี ประโยชน์กับร่างกายมากขึ้น โดยการเติมอาหารเสริม เช่น เม็ดเก๋ น้ํามันปลา ผงโปรตีน ผงวิตามิน สาหร่ายสไปรูลิน่า ต้นอ่อนข้าวสาลี ผงชาเขียว ผงโกโก้